บารมีหลวงพ่อสด

   
 

 

        ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้บังเกิดเป็นครั้งแรกในโลก

     ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนกระทั่งถึงถึงวันออกพรรษาวินาทีหนึ่งมิได้หยุด
เลยท่านกระทำความศักดิ์สิทธิ์ของท่านพอออกพรรษาแล้ว พอได้อรุณก็
สำเร็จความประสงค์ของท่านในการผลิตพระของขวัญ องค์ต้นทรงรับสั่งว่า
ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้บังเกิดเป็นครั้งแรกในโลก ก็หับพระโอษฐ์ทีเดียว
เมื่อรับสั่งดังนี้แล้วคำนวณว่า ศักดิ์สิทธ์เพียงแค่ไหนเพียงใดคำนวณไม่ถูก
ผู้พูดนี้ก็ได้ลงมือแจกในวันแรม ๖ ค่ำเป็นวันเกิดของผู้พูดนี้ได้แจกของขวัญ
ออกไป อัศจรรย์ต่างๆ ความศักดิ์สิทธ์ของขวัญนั้น ผู้ที่ได้รับไปแล้วนางเขียว
บางไผ่เป็นผู้หญิงอายุ๘๐กว่าได้รับพระเอาไปแล้วก็เอาไปไว้บนหลังมุ้ง พอ
ค่ำลงเท่านั้นเปล่งรัศมีสว่างเต็มบ้านเต็มช่องพากันตกตะลึงไม่รู้เรื่องอะไร
กันทะเลือกทะลักไปตามกันพักใหญ่นานอยู่แล้วแสงนั้นก็โทรมลงไปโทรม
ลงไปก็มารวมกันอยู่ที่สว่างหลังมุ้ง นางเขียวก็รู้ว่าพระของขวัญเอาไว้ที่นั้น
แสงสว่างนี้ออกจากพระของขวัญนั้นเอง แต่เช้านางเชียวมาหาผู้พูดนี้ บอก
ว่าเมื่อคืนนี้แสงสว่างเกิดขึ้นที่บ้านฉัน พระท่านเปล่งรัศมีสว่างเชียว เดิมที
ก็ไม่รู้ว่าอะไรแล้วก็มารวมอยู่ที่พระจึงรู้ว่าพระ รูปร่างนางเขียวเมื่อวันมารับ
พระของขวัญนั้นมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นประจำอยู่ คืนเดียวเท่านั้น เวลามาบอก
เช้าร่างกายเปล่งปลั่งไปหมด แปลกกว่าปกติเดิมทีเดียวผิวพรรณเกลี้ยงเกลา
ไปหมดดูสะอาดสะอ้านมีสีผิวพรรณวรรณะ เขารู้สึกว่าพระของขวัญนี้อัศจรรย์
แปลชั่วเป็นดีได้ขนาดนี้เชียวหนอเรารู้สึกว่าศักดิ์สิทธ์เพียงแค่นี้แลหรือ ยังไม่
ใช่เพียงแค่นี้ยังมีี้อีกหลายราย

(จากหนังสือ ตรีธาเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ)

พระของขวัญ

     หลวงปู่ท่านได้สร้างพระผงมอบเป็นของขวัญแก่ผู้มาทำบุญสร้าง
โรงเรียนพระปริยัติธรรม ใครบริจาค ๒๕ บาทขึ้นไปจะได้ พระ๑ องค์
แม้บริจาคเป็นพันเป็นหมื่นก็ได้คนละ ๑ องค์เท่านั้น พระของขวัญ
วัดปากน้ำมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์มาจนกระทั่ง
ปัจจุบัน ผู้รับพระของขวัญไปแขวนประจำตัวต่างก็พบกับความศักดิ์
สิทธิ์และอภินิหารต่างๆ นานา บางคนรับพระของขวัญไปแล้วก็ถูก
ลอตเตอรี่บางคนทำมาค้าขึ้นร่ำรวยจนตัวเองก็แปลกใจ บางคนประสบ
อุบัติเหตุร้ายแรง คนอื่นๆ เสียชีวิตหมด มีแต่ผู้ที่แขวนพระของขวัญเท่า
นั้นที่รอดมาได้อย่างอัศจรรย์ นอกจากนี้ทหารไทยที่ไปรบที่ประเทศ
เกาหลีมักจะพากันมารับพระของขวัญและให้หลวงปู่เป่ากระหม่อมให้
นายกุล ผ่องสุวรรณ ไวยาวัจกรวัดปากน้ำได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “...ใน
ตอนเย็นๆ ข้าพเจ้ามักจะนั่งอยู่กับหลวงพ่อ ทหารที่จะไปสงครามเกาหลี
จะสะพายเป้มารับพระของขวัญแทบทุกวัน หลวงพ่อท่านประสิทธิ์
ประสาทแล้ว ท่านก็จะบอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว กลับบ้านได้ คือหมายถึง
ไม่ตาย...บางรายเขียนจดหมายมาเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ต่างๆของพระ
ของขวัญที่เขาประสบเช่นเขาเล่าว่าขนาดออกไปทำการยิงเผาขนกัน
แทบไม่เว้นแต่ละวันก็รอด มีชัยมาได้ทุกครั้ง...”

     เมื่อหนังสือพิมพ์ลงเรื่องอภินิหารของพระของขวัญ กิตติศัพท์ก็ยิ่งขจร
ขจายไปทั่ว มหาชนหลั่งไหลมารับพระกันมากมายราวกับที่วัดมีงานมหรสพ
พระรุ่นแรกที่สร้างขึ้นมาถึง ๘๔,๐๐๐ องค์เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์
หมดไปอย่างรวดเร็ว หลวงปู่จึงสร้างอีก ๒รุ่นๆละ๘๔,๐๐๐องค์ซึ่งก็แจก
หมดไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

( จาก บุคคลยุคต้นวิชชา ๓)พระของขวัญลอยได้
  เด็กหญิงคนหนึ่งอายุยังมิถึง๑๓ปีรับพระของขวัญไปจากวัดปากน้ำ
แล้วอยู่ทางถนนตกพอไปถึงบ้านพระออกจากตัวไป ลอยเรื่อยไปใน
อากาศตัวเห็นเรื่อยไปแล้วไปเข้าบ้านโน้นเข้าไปในห้องพระแล้วเข้า
ไปในที่บูชานั้นตัวก็ตามเข้าก็จะเอาให้ได้ เขาก็ไม่ยอมให้เข้าไป เขา
บอกว่าห้องพระนั้นคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้เขาคนเดียวเท่านั้น
ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องไม่ต้องเข้าไปเด็กก็จะเข้าไปเกิดเถียงกันเด็กเมื่อ
ไม่ได้เข้าไปมันก็ร้องเขาว่าถ้าจะเข้าไปก็ต้องไปบอกมารดาเอ็งก่อน              

  ให้ไปบอกผู้ใหญ่มาก่อนเด็กไปบอกมารดามาเข้าก็ให้เข้าเปิดดู

เปิดเข้าไปในห้องพระก็เห็นแต่พระ  ของขวัญอยู่ในครอบพระจริงๆ เจ้า
บ้านก็รับรองว่า ไม่ใช่ของๆเขาเขาก็ให้เด็กคนนั้นมา นี่ก็อัศจรรย์
นึกว่าของตายๆดินๆ อย่างนี้แหละลอยไปก็ได้น่าอัศจรรย์นัก

(จากหนังสือ ตรีธาเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ)

 พระของขวัญพูดได้
     ไม่ใช่แต่เท่านั้นยังพูดได้อีก ไม่ใช่เปล่งรัศมีแล้วลอยไปพูด
ก็ได้ การพูดนี้มีนายทหารเรือผู้หนึ่ง(เจ้าตัวต้องการสงวนนาม)
เมื่อวันที่๒๙ ทหารเรือนัดประชุมเลี้ยงอาหารในกองสัญญาณ
เมื่อเลี้ยงอาหารเสร็จแล้ว คืนนั้นพอแจกปืนเท่านั้น พระซึ่งอยู่ใน
หน้าอกทหารเรือผู้นั้นเสียงบอกลั่นออกมาว่า ทิ้งปืนไปเสียอย่า
อยู่ นายทหารผู้นั้นคิดแต่ในใจว่า ไม่รู้จะไปทางไหน ไปทาง
วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) มีเสียงตอบมา นายทหารเรือผู้
นั้นทิ้งปืนแล้วไปทางวัดแจ้ง ไปทางวัดแจ้งเขาก็ห้อมล้อมหมด
เอ๊ นี่เราจะต้องถูกยิงละซี่ เขากั้นไว้หมดพระบอกว่า ไปซ่อนตัว
ในที่ลับๆ

(จากหนังสือ ตรีธาเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ)
 

    จะได้เป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์

     หลวงปู่เคยพยากรณ์สมเด็จป๋า เมื่อที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรม
ดิลกว่า จะได้เป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์ แต่ไม่มีใครเชื่อ เพราะมีพระมหาเถระรูป
อื่นที่ควรจะได้เป็นพระสังฆราชก่อนท่านตามลำดับสมณศักดิ์แต่ใน พ.ศ.
๒๕๑๔ หลังจากที่หลวงปู่มรณภาพไปแล้ว ๑๓ ปี สมเด็จป๋าก็ได้เป็นพระ
สังฆราชจริงๆ คำพยากรณ์หลวงปู่แม่นยำไม่ผิดเพี้ยน
     เมื่อสมเด็จป๋าเสด็จมาถวายสักการบูชาแด่หลวงปู่ที่วัดปากน้ำ ภาษี
เจริญ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ท่านได้ประทานพระโอวาทว่าที่
มาวันนี้เพื่อจะมาถวายสักการะหลวงพ่อ ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อได้
เคยพูดไว้อย่างไรและความตั้งใจของหลวงพ่อนั้นก็ปรากฏตามที่หลวงพ่อ
ได้พยากรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้เป็นผู้ใหญ่สูงสุดในคณะสงฆ์สมความปรารถนา
ของหลวงพ่อแล้ว จึงได้นำสักการะมาถวายหลวงพ่อเป็นกรณีพิเศษแปลก
กว่าปีก่อนๆ นั้น

(จาก สมเด็จป๋าเล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ )

     นอกจากพยากรณ์สมเด็จป๋าแล้ว หลวงปู่ท่านยังพยากรณ์สมเด็จพระ
มหารัชมังคลาจารย์ ( ช่วง วรปุญโญ ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำองค์ปัจจุบัน
ในสมัยที่ท่านเป็นสามเณรว่า องค์นี้แหละจะได้เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
องค์ต่อไป

 รักษาโรค
      นอกจากเรื่องความมหัศจรรย์ต่างๆแล้ว หลวงปู่ท่านยังใช้วิชชา
ธรรมกายรักษาโรคท่านทดลองให้เห็นว่าวิชชาธรรมกายเป็นที่พึ่ง
ของมนุษย์ได้จริงๆ โดยนำผู้ป่วยหนัก ๒ คน คนหนึ่งเป็นโรคเรื้อน
อีกคนเป็นวัณโรคท่านให้ ๒ คนนี้นั่งสมาธิแล้วท่านช่วยแก้โรคให้
ด้วยวิชชาธรรมกาย จนผู้ป่วยหายจากโรคร้ายและยังเข้าถึงธรรมกาย
อีกด้วย
     ผู้ป่วยที่มาให้ท่านรักษาจะต้องเขียนอาการโรค ชื่อ ที่อยู่ อายุ วัน
เดือน ปีเกิดใส่ไว้ในกล่อง จากนั้นท่านก็สั่งให้ผู้ที่ได้ธรรมกายช่วย
กันแก้ไขโรคให้ คนที่มารักษาต้องนั่งสมาธิด้วย เพื่อให้กระแสจิต
เชื่อมถึงกัน จึงจะได้ผล ผู้ป่วยที่หายก็มาก ที่บรรเทาเพียงครั้งคราว
ก็มีหลวงปู่ท่านบอกว่าไม่หายก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยคนเจ็บก็มีโอกาส
รู้จักวิธีปฏิบัติธรรมกิตติศัพท์เรื่องหลวงปู่สามารถรักษาโรคหาย
แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีคนสนใจวิชชาธรรมกายและ
เดินทางมาขอพึ่งบารมีท่านมากขึ้นเรื่อยๆ
     ผู้มาขอพึ่งบารมีหลวงปู่มีตั้งแต่เรื่องเกิดจนถึงเรื่องตาย เช่น ใคร
ยังไม่มีบุตรก็มาขอให้ท่านช่วยใช้วิชชาธรรมกายเลือกคนดีๆ มาเกิด
ใครมีลูกหลานขี้โรคก็มายกให้เป็นลูกท่าน ลูกหลานไม่ฉลาดก็มาขอ
บารมีให้ช่วย ใครมีญาติตายก็มาขอให้ดูว่าไปอยู่ที่ไหน จะต้องทำบุญ
อะไรจึงจะสมควร
     หลวงปู่ท่านเมตตาช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากโดยไม่เลือกหน้าและไม่
หวังสิ่งตอบแทน ท่านสอนให้ผู้ที่ได้วิชชาธรรมกายช่วยเหลือคนโดย
ไม่หวังลาภสักการะท่านถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้ธรรมกายทุกคน
ต้องช่วยแก้ไขความทุกข์ยากเดือดร้อนของคนที่มาหา ให้ต้อนรับด้วย
ความยิ้มแย้มแจ่มใส และไม่ให้แสดงอาการเบื่อหน่าย