|
วิปัสสนากัมมัฐฐาน |
||||||||||||||||||||||||||
|
ตามนัยแห่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งนั้น พึงทราบว่า ในเบื้องต้นตรัส
สีลวิสุทธิ
อธิบาย
องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก
ทรงแสดงวิปัสสนากัมมัฏฐานญาณอันสูงสุด
รู้เห็นตามทัสสนะที่เป็นจริง ประดุจดวงอาทิตย์อุทัย
ยังโลกให้สว่างฉะนั้น
บรรดาสาวกของพระพุทธองค์ได้น้อมรับ
อันคำว่า มัคค หรือ ทาง มีความหมาย ๒
อย่าง คือ
ปกติมคฺโค
ทางปกติ ได้แก่ ทางน้ำ ทางบก เป็นต้น
สำหรับคนและสัตว์เดิน และ
ปฏิปทามคฺโค
ทางปฏิบัติ ได้แก่ บาปบุญที่บุคคลทำ
อันเป็นทางสำหรับ กาย วาจา
ปฏิปทามัคค คือทางปฏิบัตินั้น จำแนกได้เป็นหลายนัย แต่ในที่นี้ขอจำแนกว่ามี ๕ สาย คือ ๑. ทางสายไปอบายภูมิ ได้แก่ ความทุสีล หรืออกุสลกรรมบถ ๑๐ มี โลภะ โทสะ โมหะ เป็นมูล ๒. ทางสายไปมนุษยภูมิ ได้แก่ มนุษย์ธรรม คือ รักษาสีล ๕ สีล ๘ หรือ กุสลกรรมบถ ๑๐
๓. ทางสายไปกามาวจรสวรรค์
ได้แก่ มหากุสลจิต ๘ ดวง ที่มีหิริและโอตตัปปะ เป็นหัวหน้า
เช่น
๔. ทางสายไปพรหมโลก ได้แก่ การเจริญสมถภาวนาจนเกิดฌาน ๕. ทางสายไปพระนิพพาน ได้แก่ การเจริญวิปัสสนาภาวนา จนบรรลุ มัคค ผล นิพพาน ในทาง ๕ สายนี้ สายที่ ๕ เป็นทางแห่งสันติ เป็นทางที่ให้ถึงซึ่งความ บริสุทธิหมดจด อันเรียกว่า วิสุทธิมัคค ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ทางสายที่ ๕ นี้เรียกอีกนัยหนึ่งว่า เอกายนมัคค เพราะอรรถว่า ก. เป็นทางสายเดียว ที่จะให้ถึงความหมดจดได้ ไม่มีทางสายอื่นใดอีกเลย
ข. เป็นทางไปคนเดียว คือ
ต้องละจากหมู่ไปสู่ที่สงัด ปฏิบัติแต่ผู้เดียว
ใครจะมาช่วยทำให้ไม่ได้
และ ค. เป็นทางที่ผู้เดียวค้นพบ คือ เป็นทางที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบด้วยพระองค์เองแต่ผู้เดียว ไม่ใช่มีใครมาช่วยค้นหาด้วยจึงได้พบ ง. เป็นทางแห่งเดียว คือ มีอยู่ในพระพุทธศาสนาแต่แห่งเดียวเท่านั้น มิได้มีในศาสนาอื่นใดอีกเลย จ. เป็นทางไปสู่จุดหมายเดียว คือ ไปสู่พระนิพพานจุดเดียวเท่านั้น ไม่ไปสู่จุดอื่นใดอีกเลย
วิสุทธิมัคค
คือ ทางบริสุทธิ
ที่นำไปสู่ความหมดจดจากกิเลสและกองทุกข์ทั้งปวง ซึ่งจัดเป็น ๗
ระยะ
๑. สีลวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งสีล บุคคลที่สมบูรณ์ด้วย จาตุปาริสุทธิสีลนั้นชื่อว่า
ถึงพร้อมด้วยสีล
๒. จิตตวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งจิต คือ จิตที่บริสุทธิจากนิวรณ์ทั้งหลาย
ขณะใดที่จิตเป็นขณิกสมาธิ
๓. ทิฏฐิวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งทิฏฐิ ปัญญาที่รู้แจ้ง รูปนามตามความเป็นจริง
ได้ชื่อว่า
ทิฏฐิวิสุทธิ
๔. กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งการข้ามพ้นจากความสงสัย
เพราะเกิดปัญญาที่รู้แจ้งปัจจัยที่
๕. มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งญาณที่รู้ว่าทาง หรือ มิใช่ทาง
กล่าวโดยโสฬสญาณ
๖. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งญาณที่รู้เห็นว่า นี่แหละเป็นทางที่ชอบแล้ว
กล่าวโดย
๗. ญาณทัสสนวิสุทธิ
ความบริสุทธิแห่งญาณที่รู้เห็น พระนิพพาน คือ มัคคญาณ
และนับผลญาณ
อานุภาพแห่งญาณทัสสนวิสุทธิ ๕ ประการ ๑. ปริปุณฺณโพธิปกฺขิยภาว บริบูรณ์ด้วยโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ๒. วุฏฺฐาน พ้นจากสังขารนิมิตอารมณ์ ๓. ผลสมาโยค ประกอบด้วยสมาธิพละ และปัญญาพละ ๔. เตสํปหาน ละสังโยชน์เป็นต้นได้ ๕. ปริญฺญาทีนิ บรรลุซึ่งกิจอันมีปริญญากิจเป็นต้น ปริญญากิจ ๓ ประการ ๑. ญาตปริญฺญา รู้ซึ่งรูปนาม คือ นามรูปปริจเฉทญาณ, ปัจจยปริคคหญาณ และสัมมสนญาณ ๒. ตีรณปริญฺญา รู้ไตรลักษณ์ หมายถึง อุทยัพพยญาณ ญาณเดียวเท่านั้น ๓. ปหานปริญฺญา รู้ละกิเลส นับตั้งแต่ ภังคญาณถึงมัคคญาณ ปหานกิจ ๓ ประการ
ภาวนากิจ ๒ ประการ
สัจฉิกิริยกิจ ๓ ประการ ๑. โลกียสจฺฉิกิริยกิจฺจ น้อมเข้าหาโลกียฌาน (ฌานในวิปัสสนาภาวนา) ๒. ทสฺสนสจฺฉิกิริยกิจฺจ น้อมเข้าหาพระนิพพาน ด้วยโสดาปัตติมัคคญาณ ๓. ภาวนาสจฺฉิกิริยกิจฺจ น้อมเข้าหาพระนิพพาน ด้วยมัคคญาณเบื้องบน ๓ ผังวิสุทธิ ๗
โสฬสญาณ
เพื่อให้สะดวกแก่การศึกษา
จึงขอกล่าวถึงโสฬสญาณ คือ ญาณ ๑๖ พร้อมทั้งความหมายโดยย่อ
๑. นามรูปปริจเฉทญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นรูปเห็นนามว่าเป็นคนละสิ่งคนละส่วน
ซึ่งไม่ได้ระคนปน
๒. ปัจจยปริคคหญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นถึงปัจจัยที่ให้เกิดรูป เกิดนาม คือ
รูปเกิดจาก กรรม
๓. สัมมสนญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นไตรลักษณ์ คือ ความเกิดดับของรูปนาม
แต่ที่รู้ว่ารูปนาม
๔. อุทยัพพยญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นไตรลักษณ์ชัดเจน โดยสันตติขาด คือ
เห็นรูปนามดับไป
๕. ภังคญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นความดับแต่อย่างเดียว
เพราะความดับของรูปนามเป็นสิ่งที่ตื่น ๖. ภยญาณ บ้างก็เรียกว่า ภยตูปัฏฐานญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นว่ารูปนามนี้เป็นภัย เป็นที่น่ากลัว เหมือนคนกลัวสัตว์ร้าย เช่น เสือ เป็นต้น ๗. อาทีนวญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นว่ารูปนามนี้เป็นโทษ เหมือนผู้ที่เห็นไฟกำลังไหม้เรือนตนอยู่ จึงคิดหนีจากเรือนนั้น ๘. นิพพิทาญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นว่า เกิดเบื่อหน่ายในรูปนาม เบื่อหน่ายในปัญจขันธ์
๙. มุญจิตุกมยตาญาณ
ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นว่าใคร่จะหนีจากรูปนาม ใคร่จะพ้นจากปัญจขันธ์
|
|||||||||||||||||||||||||